เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2566 เวลา 09.30 น. ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย รองปลัดกระทรวงฯ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ ผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ และผู้บริหาร-ส่วนราชการในสังกัดทุกท่าน ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) นำโดย นางสาวอ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการ ก.พ.ร. และคณะผู้บริหารสำนักงาน-ก.พ.ร.-ร่วมหารือแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาระบบราชการระหว่างสำนักงาน-ก.พ.ร.-และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม-ณ-ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ซึ่งการประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างและพัฒนาความร่วมมือในการขับเคลื่อนการพัฒนาระบบราชการ หารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและรับฟังข้อเสนอแนะอันเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาระบบราชการ รวมทั้งนำเยี่ยมชมนิทรรศการผลงานการพัฒนาระบบราชการของส่วนราชการในสังกัดกระทรวงฯ และในช่วงบ่ายได้จัดกิจกรรมคลินิกให้คำปรึกษาเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการพัฒนาระบบราชการของส่วนราชการในสังกัดกระทรวง โดยสรุปสาระสำคัญของการประชุม ดังนี้
1. การหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาระบบราชการ มีสาระสำคัญ ดังนี้
1.1-การจัดโครงสร้างในรูปแบบ-Rearrange-ระดับกระทรวง-โดยไม่เพิ่มจำนวนกอง-อัตรากำลังและตำแหน่งในภาพรวมของกระทรวง-ในกรณีการจัดตั้งกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
1.2 การทำงานอย่างมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อดึงศักยภาพที่มีอยู่ของภาคเอกชนเข้ามาสนับสนุนการทำภารกิจของภาครัฐตามหลักการ Open government โดยร่วมกันบริหารจัดการขยะทะเลอย่างมีส่วนร่วมในบริเวณปากแม่น้ำ
1.3 แนวคิดการแต่งตั้งทูตทางด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยในต่างประเทศ
1.4 การบูรณาการการทำงานร่วมกันทั้งภายในและภายนอกกระทรวง เช่น การแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในรูปแบบ "จังหวัดจับคู่"/การแก้ปัญหาที่ดินทำกินในเขตป่าสงวนอำเภอแม่แจ่ม โดยความร่วมมือของประชาชน-อปท.-และส่วนราชการ-รวมทั้งโครงการประปาฮีโร่-เพื่อพัฒนาคุณภาพน้ำประปาในระดับหมู่บ้าน-โดยสามารถนำไปขยายผลให้แก่พื้นที่อื่น-ผ่านการขับเคลื่อนการทำงานของจังหวัดให้มีผลสัมฤทธิ์สูงขึ้น
1.5 ตัวชี้วัดด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมควรดำเนินการในภาพรวม เพื่อให้เกิดการบูรณาการ ซึ่งควรกำหนดเป็นตัวชี้วัดร่วม (JKPI) และถ่ายทอดไปยัง อปท. เนื่องจากตัวชี้วัดจะเป็นตัวกำหนดโครงการ/งบประมาณ และปรับบทบาทการทำงานด้านสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ควรคำนึงถึงความพร้อมของ อปท. แต่ละแห่งร่วมด้วย
1.6 การขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งด้านงบประมาณ ด้านบุคลากรซึ่งต้องการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน อาจดำเนินการ โดยใช้หลักการของร่าง พ.ร.บ. ยกระดับการบริหารงานภาครัฐให้มีความทันสมัย พ.ศ. .... ที่สำนักงาน ก.พ.ร. อยู่ระหว่างยกร่างกฎหมาย โดยการทดลองดำเนินการเพื่อทดสอบความเป็นไปได้ (sandbox) เพื่อนำไปสู่การปลดล็อค ข้อกฎหมายที่เป็นอุปสรรค เพื่อบรรลุเป้าหมายที่ประเทศประกาศเจตนารมณ์ในเวทีระหว่างประเทศ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
1.7 การบริหารบุคลากรที่ไม่สามารถดำเนินการตามกฎหมาย หรือระเบียบปกติได้ เช่น การแบ่งระดับชั้นยศ สำนักงาน ก.พ.ร. พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของกระทรวงฯ โดยการหารือร่วมกับ สำนักงาน ก.พ. เพื่อเข้าร่วมพัฒนาและทดสอบนวัตกรรมด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลรูปแบบใหม่ ๆ ผ่านการทดลอง (HR Regulatory Sandbox)
1.8 การกำหนดให้กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร มีเส้นทางความก้าวหน้าที่ชัดเจน โดยมีตำแหน่งเป้าหมายเชี่ยวชาญ และส่งเสริมบุคลากรให้สามารถเดินตามเส้นทางความก้าวหน้า รวมทั้งปลัดกระทรวงฯ-ได้มอบหมายให้ผู้บริหารส่วนราชการในสังกัดพิจารณาสนับสนุนในเรื่องอัตรากำลัง-เพื่อให้เป็นไปตามแนวทางของสำนักงาน-ก.พ.-เพื่อรองรับการเดินตามเส้นทางความก้าวหน้าข้างต้น
2. คลินิกให้คำปรึกษาแก่ส่วนราชการในสังกัดกระทรวงในประเด็นเกี่ยวกับแนวทางในการขับเคลื่อนเพื่อยกระดับการประเมินสถานะของหน่วยงานในการเป็นระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0) ของส่วนราชการ และการขอรับคำแนะนำในการเสนอผลงานเพื่อสมัครรับรางวัลเลิศรัฐ มีสาระสำคัญ ดังนี้
2.1-การยกระดับคะแนน PMQA 4.0 ของ ทส. ในภาพรวม สำหรับประเด็นที่ยังได้คะแนนอยู่ในระดับปานกลาง เช่น การนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาที่ซ้ำซ้อน การสร้างความผูกพันของบุคลากร การลดต้นทุนของกระบวนการ และแนวทางการกำหนดตัวชี้วัดในหมวดที่ 7 ผลลัพธ์การดำเนินงาน เป็นต้น
2.2 การนำเสนอโครงการเพื่อสมัครรับรางวัลเลิศรัฐในประเด็นต่าง ๆ เช่น โครงสร้างของโครงการ บทบาทของเครือข่าย และการนำเสนอผลสัมฤทธิ์ของโครงการ เป็นต้น
2.3 อื่น ๆ เช่น การติดต่อประสานงาน แนวทางการประเมินผลปี พ.ศ. 2567 และประเด็นที่สงสัยความเห็นของผู้ตรวจประเมินผล เป็นต้น
ทั้งนี้ สำนักงาน ก.พ.ร. จะได้มีการหารือในรายละเอียดประเด็นดังกล่าวเพิ่มเติม และดำเนินงานร่วมกับส่วนราชการเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาระบบราชการให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อไป

