เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2567 กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร (กพร.ทส.)5โดยผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบบริหารและเจ้าหน้าที่ส่วนพัฒนาระบบการบริหารมุ่งผลสัมฤทธิ์ได้เข้าร่วมการประชุมแนวทางการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2566 เรื่อง มาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5.ปี 2567 และกลไกการบริหารจัดการ และการจัดทำตัวชี้วัดขับเคลื่อนการบูรณาการร่วมกัน (Joint.KPIs).ประเด็นที่ 5 การลดปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 และ PM10 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ณ ห้องประชุมฝ่ายบริหาร ชั้น 5 อาคารสำนักงาน ก.พ.ร. โดยมีนางอารีย์พันธ์ เจริญสุข รองเลขาธิการ ก.พ.ร. เป็นประธานการประชุมฯ และเจ้าหน้าที่สำนักงาน ก.พ.ร. พร้อมด้วยนางกัญชลี นาวิกภูมิ รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นเป้าหมาย 5 : การลดปริมาณฝุ่นละออง PM2.5และ PM10.เพื่อยืนยันหน่วยงานเจ้าภาพ/หน่วยงานหลัก และหน่วยงานสนับสนุน พร้อมทั้งให้ความเห็นชอบ (ร่าง) ห่วงโซ่คุณค่า (Value.Chain) ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นดังกล่าว โดยที่ประชุมมีมติ ดังนี้
1. ให้กรมควบคุมมลพิษจัดทำห่วงโซ่คุณค่า (Value.Chain) ตาม (ร่าง) แผนผังความเชื่อมโยง แผนงานยุทธศาสตร์การจัดการปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ได้แก่ การจัดการไฟในป่า การจัดการไฟในพื้นที่เกษตร
การควบคุมฝุ่นละอองในเขตเมือง และการบริหารจัดการในภาพรวม ในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 และกำหนดเป้าหมายตาม (ร่าง) แผนผังความเชื่อมโยงฯ
2. ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับประเด็นดังกล่าว กำหนดเป็น 2 ตัวชี้วัด คือ (1) ตัวชี้วัดบังคับซึ่งเป็นตัวชี้วัดเดียวกันใช้เป้าหมายเหมือนกัน และ (2) ตัวชี้วัดที่หน่วยงานกำหนดเองตามภารกิจ
3. ให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย กำหนดตัวชี้วัดการประเมินประสิทธิภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (Local Performance Assessment: LPA) ให้สะท้อนเป้าหมายที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
4. ให้สำนักงบประมาณ พิจารณาคำของบประมาณของหน่วยงานที่อยู่ใน Value Chain ในการขับเคลื่อนการบูรณาการการรายงานปริมาณฝุ่นละออง PM2.5
5. ให้กำหนดเฉพาะประเด็นการลดปริมาณฝุ่นละออง PM2.5.โดยยกเลิกฝุ่นละออง PM10.เพื่อให้สอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2566
6. ให้กำหนดตัวชี้วัดจังหวัดที่มีสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศในบรรยากาศแบบอัตโนมัติของกรมควบคุมมลพิษยกเว้นภาคใต้ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2566 และกำหนดน้ำหนักตัวชี้วัด ร้อยละ 10 และร้อยละ 5 โดยพิจารณาจากความรุนแรงของปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ของแต่ละจังหวัด
